โซเชียล Share0 Tweet

ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน

Salvation
23 มิถุนายน 2563 - 15:59(แก้ไข)
ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน

การเซ็นค้ำประกันให้กับใครสักคน ควรที่จะต้องมีการคิดไตร่ตรองกันให้มาก ๆ เพราะไม่อย่างนั้น เรื่องแย่ ๆ ก็อาจจะเกิดกับตัวเราได้ เหมือนอย่างในเหตุการณ์นี้

ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน

โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทาง ejan.co ได้เผยข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน2563 นางอำไพ โพธิ์ประสิทธิ์ อายุ 60 ปี พร้อมนายสามารถ โพธิประสิทธิ์ อายุ 58 ปี ผู้เป็นสามี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หลังจากเมื่อปี 2558 ลุงสามารถไปค้ำประกันรถซื้อรถกระบะ ให้นายภาดา (ขอสงวนนามสกุล) ที่มีความจำเป็นต้องใช้รถไปทำธุรกิจ ด้วยความที่สงสารเลยเซ็นค้ำประกันให้ ในราคา 800,000บาท แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายภาดาก็ขาดส่งค่างวดจนรถถูกยึด ซึ่งลุงสามารถและนายภาดาถูกฟ้องในส่วนต่างที่ขาดหายไปในตัวรถอีก 80,000 บาท เมื่อปี 2561 โดยลุงสามารถได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับนายภาดา ซึ่งนายภาดาบอกว่า ตอนนี้เจรจาประนอมหนี้กันแล้วไม่ต้องห่วง

ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน

กระทั่งเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 มีหมายจากกรมบังคับคดีจังหวัดสระบุรี แจ้งว่า บ้านที่ตนเองและครอบครัวอาศัยมานานได้ถูกยึดอายัดและขายทอดตลาดไปแล้ว สืบเนื่องจากที่คนซื้อรถปล่อยรถยึดและยังคงค้างจ่ายค่าส่วนต่างหลังศาลมีคำพิพากษาประมาณ 80,000 บาท จากทั้งหมด 200,000 กว่าบาท

ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน

 

ไม่กี่วันหลังจากนั้นจากนั้นได้มีทนายคนหนึ่งถือสัญญาซื้อ-ขายบ้านหลังที่ลุงสามารถกับป้าอำไพอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทนายคนนี้ซื้อบ้านหลังนี้มาในราคา 130,000 บาท แจ้งให้ลุงกับป้าและครอบครัวที่มีหลานอายุ 2 ขวบ และผู้สูงอายุให้ย้ายออกจากบ้านพร้อมทั้งขู่ว่า หากเพิกเฉยจะแจ้งตำรวจจับในข้อหาบุกรุก และยังยื่นข้อเสนอต่อว่าถ้าไม่อยากย้ายออกก็ให้หาเงินมาซื้อบ้านในราคา 870,000 บาท ทำให้ป้าอำไพเกิดความกังวลใจ บวกกับไม่มีความรู้ทางเรื่องข้อกฎหมายจึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อทนายรณณรงค์

ทั้งนี้ ป้าอำไพ ได้พยายามติดต่อคนซื้อรถเพื่อขอเจรจาให้ช่วยเหลือในส่วนของค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าว แต่ได้รับคำตอบสั้นๆ จากคนซื้อรถว่า "ยินดีที่จะรับผิดชอบในจำนวนเงินดังกล่าว แต่ตอนนี้ ยังไม่มีเงิน" และขอเจรจากับป้าอำไพเป็นการส่วนตัว  

ด้าน ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า คดีนี้มีทนายดูแลอยู่แล้ว โดยทนายได้ยื่นคัดค้านก่อนที่จะมีการขายทอดตลาด เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ยื่นขอให้ศาลสั่งเพิกถอนในแง่ของการค้ำประกันรถยนต์ การที่เราเข้าไปรับประกันว่าจะใช้เงินแทน หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ผู้ค้ำต้องชดใช้หนี้แทน ในขั้นตอนของการสืบทรัพย์บังคับคดีเจ้าหนี้ หากผู้ค้ำประกันหรือลูกหนี้มีทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์เจ้าหนี้จะดำเนินการตั้งเรื่องเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายทันที

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ทำมา ตามขั้นตอนทางกฎหมาย ไปค้ำประกันหนี้ให้ใครแล้วเขาไม่จ่ายเราก็ต้องจ่ายแทน

ทั้งนี้ ทนายรณณรงค์ยังฝากเตือนไปถึงพี่น้องประชาชนว่าจะค้ำประกันใคร ต้องเป็นญาติกัน ต้องไว้ใจ และดูว่ามีศักยภาพในการชำระหนี้ได้หรือไม่

ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน
ภาพไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ลุง-ป้า เศร้า เซ็นค้ำประกันรถให้คนรู้จัก แต่ตัวเองกลับต้องถูกยึดบ้าน
ภาพไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ejan.co


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook