โซเชียล Share0 Tweet

นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน

Clover Jarm
นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน

จากกรณีแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกตั้งข้อหา "วางยาลูก" เพื่อรับเงินบริจาค จนเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดเพจนักสังคมสงเคราะห์ ได้ออกมาเคลื่อนไหว สะท้อนปัญหาที่ตามมาจากการบริจาคเงิน ควรรู้ทันเหลี่ยมมิจฉาชีพ ไม่บริจาคเท่ากับ ไม่สนับสนุนให้ทารุณกรรมมนุษย์ด้วยกัน

นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน

 

วานนี้ 23 พ.ค. 2563 เพจนักสังคมสงเคราะห์เล่าเรื่อง ได้ออกมาพูดถึงกรณีข่าวดังของ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวฉาว โดนตั้งข้อหาวางยาลูกจนล้มป่วย หวังเงินบริจาค จนเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ว่า

ใครได้ทราบข่าวกรณีน้อง "อมยิ้ม" ที่เสียชีวิต โดยทีมแพทย์ได้วินิจฉัยทราบว่าน้องได้รับสารกัดกร่อนเข้าไปทำอันตรายอวัยวะภายในจนเสียชีวิต และผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์นี้ก็มี "แม่" ที่เปิดรับบริจาคผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของน้องผ่านเฟซบุ๊คถึงอาการเจ็บป่วย จนมีผู้บริจาคให้ร่วมกันหลายล้านแล้วยังคะ

จริงๆ ในกรณีแบบนี้แอดมินเองอยากจะพูดมาหลายครั้งแต่ด้วยความกลัวชาวเน็ตจวก ก็เลยไม่พูดดีกว่า จนมาถึงวันนี้ วันที่มีเด็กเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งคน และอีกคนเกือบเสียชีวิตเพื่อเซ่นความใจบุญ และการแสวงประโยชน์จากความใจดีของคนไทย

แอดมินจึงอยากเชิญชวนค่ะ ให้เราหยุด "บริจาค" ผ่านบัญชีส่วนตัวของใครก็แล้วแต่ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก เราต้องหยุด หยุดโดยมีชีวิตคนอื่นกั้น เพราะเราคงไม่อยากร้องกรี๊ดกับเหตุการณ์แบบนี้อีกใช่มั้ยคะ

นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน

 

เราต้องนึกถึงอันตรายที่จะมีต่อเด็ก ต่อคนแก่ หรือคนอื่นๆ ที่อาจตกอยู่ในอันตราย ต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือในการถูกจองจำในสภาวะยากลำบากเพื่อให้เราได้มีโอกาส ทำบุญผ่านมนุษย์ผู้ตกยาก (รวมถึงการสนับสนุนสถานสงเคราะห์ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ก็กรณีเดียวกันค่ะ)

ในกรณีนี้และหลายกรณีเช่นในสถานสงเคราะห์เองเด็กจะถูกทารุณกรรมช้าๆ ซ้ำๆ ให้มีอาการที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่แย่ น่าสงสารเพื่อเรียกร้องความสงสารจากผู้ใจดีให้โอนเงินมาให้

น้องอมยิ้มเองก็ถูกปฏิบัติเช่นนั้น แม่ทั้งถ่ายวีดีโอตอนน้องอ้วกเป็นเลือดมาให้ทุกท่านดู update ความย่ำแย่ของลูกให้ได้รับชม คนดูพอดูแล้วมืออ่อนเลยค่ะ โอนทันที

เวลาเจอกรณีแบบนี้จำไว้เสมอนะคะเมืองไทยมีสิทธิ 30 บาท ถ้าค่าใช้จ่ายไม่พอจริงๆ เคสในลักษณะนี้จะถูกส่งต่อพบนักสังคมสงเคราะห์เพื่อประเมินวินิจฉัยปัญหาทางสังคมต่อไปค่ะ (เดี๋ยวเราค่อยพูดถึงช่องวางปัญหาของเคสนี้ในระบบการดูแลต่อ) แต่ในเบื้องต้นถ้าพบเคส แบบนี้แนะนำเลยค่ะ ให้เข้าพบนักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลเลย ถ้าครอบครัวไหน หรือใครมาขอรับบริจาคปุ๊บให้ "เอ๊ะ" ไว้ก่อนค่ะ "เอ๊ะ" รอไว้ก่อน แล้วทำตามอีก step ด้านล่างคือ

ถ้าเจอใครตกทุกข์ได้ยากอยู่วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องคือการหยิบโทรศัพท์โทรหา 1300 ไม่ต้องโอนเงินค่ะ ท่องพร้อมกันค่ะ 1300 กดเลยค่ะ

นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน

 

จำไว้เสมอว่าการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนเป็นหน้าที่ของ "รัฐ" การบริจาคกันเองมีความเสี่ยงมาก หลายคนเมื่อเคสถูกโพสต์ลง Facebook ก็รวยกันชั่วข้ามคืน

และที่สำคัญเวลาเราบริจาคกันเข้าบัญชีส่วนตัวของใครก็แล้วแต่ นั่นคือเรากำลังถอยห่างให้รัฐที่ควรรับผิดชอบ ออกจากสมการนี้ไปค่ะ

ทางที่ดีท่องไว้ว่าโทร 1300 ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ถ้าอยากบริจาคแนะนำบริจาคผ่านองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ ดีกว่าค่ะ ส่วนถ้ารัฐไม่ทำหน้าที่ตัวเองก็มาด่าด้วยกันค่ะ ด่าแรง ๆ ด่าให้รัฐทำงานก็ยังดีกว่าบริจาคแล้วเสี่ยงค่ะ

เบื้องต้นเท่านี้ก่อนนะคะ หยุด บริจาคเป็นนางใจดี นามสกุลโอนไวก่อน เพราะเราสามารถสร้างผลทางบวกได้ด้วยวิธีอื่นค่ะ

เดี๋ยวแอดมินจะมาเขียนว่าเรื่องนี้สะท้อนปัญหาอะไรบ้างที่เราเห็นอีกครั้งในโพสต์ถัดไปนะคะ

นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน
นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน
นักสังคมสงเคราะห์ แนะ อย่าเพิ่งโอนเงินบริจาค แค่กด 1300 ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก

นักสังคมสงเคราะห์เล่าเรื่อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook