ต่างประเทศ Share0 Tweet

หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก

Shambhala TS
หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก

คงเป็นบทเรียนให้หนุ่มน้อยคนนี้จำไปใช้ได้อีกนาน เมื่อเขาลงทุนไปสักลายชื่อแฟนสาวของตัวเอง หวังแสดงความรักจากใจออกมาให้เห็น แต่กลายเป็นว่าต้องเจ็บตัวฟรีเมื่อสาวเจ้ามาขอเลิกซะอย่างนั้น!

หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก

เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ฝั่งเวียดนามอย่างมาก เมื่อปรากฏโพสต์เล่าเรื่องของหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง อายุเพิ่งได้ 16 ปีกำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเต็มตัว ได้เล่าถึงความรักอันหอมหวานที่เขามีให้กับแฟนสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ออกเที่ยวไปเดตกันตามประสาวัยรุ่นลิ้มลองความรัก แต่กับพ่อหนุ่มคนนี้ออกตัวแรงเกินเบอร์ไปหน่อยตรงที่ประกาศมั่นว่าเขาและเธอจะครองคู่กันอย่างนิจนิรันดร์

หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก

และเพื่อเป็นการหาหลักฐานมาเสริมคำพูดของเขาให้หนักแน่นขึ้น พ่อหนุ่มท่านนี้จึงลงทุนไปสักชื่อของแฟนสาวพร้อมวันที่ที่ตัดสินใจคบหากันลงบนแขนของตัวเอง โดยทีแรกฝ่ายช่างสักพยายามพูดโน้มน้าวให้พ่อหนุ่มผู้บูชาความรักคนนี้ล้มเลิกเสีย เพราะมันอาจจะมีโอกาสที่เขาต้องเลิกกับแฟนสาวคนนี้ไปได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าเจ็บตัวเปล่าแถมลบยากอีกด้วย แต่หนุ่มเวียดนามยืนยันจะสัก สุดท้ายช่างก็เลยต้องจัดให้ตามคำขอ

หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก

จนกระทั่งหนึ่งสัปดาห์ถัดมา ช่างสักก็ได้พบเจอกับพ่อหนุ่มคนนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเดินเข้ามาหาในสภาพคอตกเศร้าหนักมาก ก่อนเอ่ยปากว่าเขาเพิ่งโดนแฟนสาวบอกเลิกไปหมาดๆ และอยากให้ช่วยลบรอยสักให้ที ช่างจึงบอกไปว่าด้วยขนาดรอยสักที่ใหญ่ การลบจึงทำได้ค่อนข้างยาก แถมยังแพงกว่าตอนสักอีก และยังต้องมาทนเจ็บตัวมากกว่าเดิมเป็นซ้ำสองอีกด้วย หนุ่มน้อยจึงยิ่งเศร้าหนักเข้าไปใหญ่ ภายหลังเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาปลอบโยนเขาอยู่ไม่น้อย พร้อมบอกว่านี่แหละประสบการณ์ชีวิต จะทำอะไรมันต้องคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ก็ขอเอาใจช่วยนะครับ...

หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
หนุ่มรักแฟนสุดหัวใจ ลงทุนสักชื่อไว้ที่แขน สักเสร็จโดนแฟนบอกเลิก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: kenhtingame



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook