ต่างประเทศ Share0 Tweet

เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน

Shambhala TS
เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน

ปัจจุบันนี้เหล่ามิจฉาชีพมักจะคิดค้นกลเม็ดวิธีที่แยบยลขึ้นเรื่อยๆ ในการได้มาซึ่งทรัพย์สินของเหยื่อโดยมิชอบ อย่างล่าสุดที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในญี่ปุ่นกับวิธี "วางกบหน้าบ้าน" จนเหยื่อสูญเงินหลายล้าน

เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน

เมื่อเร็วๆนี้ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งลงรายละเอียดเล่าว่าบ้านของตัวเองถูกงัด โดยโจรได้กวาดของมีค่าซึ่งเป็นของสะสมส่วนตัวคือการ์ดยูกิไปจนหมด พร้อมทั้งเงินสดและอื่นๆ อีกมากมาย ราวมมูลค่าที่ถูกขโมยไปนั้นมากถึง 100 ล้านเยน (ราว 28 ล้านบาท) และต่อมาไม่นานก็มีเหยื่ออีกรายออกมาโพสต์ลงทวิตเตอร์ในทำนองเดียวกันนี้อีก โดยคราวนี้ถูกงัดบ้านกวาดไปทั้งกระเป๋า กล้องราคาสูง รวมเบ็ดเสร็จสูญเงินไปทั้งสิ้น 4 ล้านเยน (ราว 1 ล้านบาท)

เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน

ทำให้ทวิตเตอร์ชาวญี่ปุ่นได้มีการแชร์กลวิธีของโจรยุค 2020 นี้กันมากมาย จนไปสะดุดอยู่วิธีหนึ่งนั่นคือ "กบหน้าบ้าน" หรือด้วงหน้าบ้าน โดยโจรจะนำกบหรือด้วงขนาดพอเหมาะไว้ที่หน้าบ้านของเหยื่อ เมื่อเจ้าของบ้านมาเห็นเข้าก็มักจะถ่ายภาพเอามาลงโพสต์ในโซเชียลมิเดีย นั่นคือหลงกลของโจรเข้าให้แล้วเพราะการทำแบบนี้ ทำให้โจรสามารถรู้เวลากลับบ้านของเจ้าของบ้านได้โดยง่าย

เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน
เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน

เป้าหมายหลักของโจรนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่มีของสะสมราคาแพง ของหายากเช่นพวกการ์ดยูกิที่ในวงการเล่นของหายากจะรู้กันเป็นอย่างดีว่าแต่ละใบนั้นมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหน โดยเมื่อตามสืบบนโซเชียลมิเดียจนได้เป้าหมายแล้ว จึงเริ่มต้นการสืบหาที่อยู่ของเหยื่อซึ่งทำได้ง่ายมากเพียงแค่ตามส่องพฤติกรรมการใช้ชีวิตในโซเชียลมิเดียของเหยื่อจนเจอที่อยู่ จากนั้นก็นำกบหรือด้วงไปวางไว้หน้าบ้านรอเหยื่อถ่ายรูปมาโพสต์ลงโซเชียลเพื่อเช็คเวลากลับบ้าน ก่อนจะหาจังหวะเข้าไปก่อเหตุในที่สุด...

เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน
เปิดโปงกลวิธี กบวางหน้าบ้าน โดนกวาดเรียบของสะสมทั้งตู้ ร่วม 100 ล้าน

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: @takigare3/twitterWA-Japan



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook