ต่างประเทศ Share0 Tweet

นักเรียนเวียดนาม แบกเพื่อนไปเรียนด้วยกว่า 10 ปี

Shambhala TS
นักเรียนเวียดนาม แบกเพื่อนไปเรียนด้วยกว่า 10 ปี

เรียกได้เต็มปากว่า นักเรียนผู้พิการคนนี้พบเจอกัลยาณมิตรอย่างแท้จริง เมื่อเขาได้เจอเพื่อนใหม่ที่อาสาแบกเขาพาไปโรงเรียนทุกวัน และรอแบกกลับมาส่งบ้านเขาเป็นประจำกว่า 10 ปี!

นักเรียนเวียดนาม แบกเพื่อนไปเรียนด้วยกว่า 10 ปี

Nguyễn Tất Minh เด็กหนุ่มผู้เกิดมาพร้อมความผิดปกติทางร่างกายตั้งแต่เกิด ไม่มีขาทั้งสองข้าง ด้วยความไม่ครบ 32 นี้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาลำบากกว่าคนอื่นเท่าตัว แม่ของเขาเป็นเสาหลักของบ้านที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนพ่อป่วยเรื่องสุขภาพไม่ดีอยู่เนืองๆ

นักเรียนเวียดนาม แบกเพื่อนไปเรียนด้วยกว่า 10 ปี

แน่นอนว่าขนาดการใช้ชีวิตประจำวันยังทำได้ยากลำบากแล้ว การเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนยิ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจของ Nguyễn Tất Minh มากขึ้นเท่าตัว แต่เมื่อเขาได้พบกับ Ngô Minh Hiếu ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อ Ngô Minh Hiếu อาสาแบกเพื่อนพิการคนนี้ขึ้นหลังไปโรงเรียนพร้อมกันในทุกเช้า และแบกกลับมาส่งบ้านทุกเย็น จนทำให้ Nguyễn Tất Minh ไม่เคยขาดเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นักเรียนเวียดนาม แบกเพื่อนไปเรียนด้วยกว่า 10 ปี

เรื่องราวของสองคู่หูกัลยาณมิตรนี้ กลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์อย่างมาก จนเกิดกระแสชื่นชมสองเพื่อนรักคู่นี้อย่างมากมาย Ngô Minh Hiếu เล่าว่าเขาเห็นเพื่อนคนนี้มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสืออย่างมาก ติดอย่างเดียวคือความพิการของเขา Ngô Minh Hiếu จึงตัดสินใจไปบอกพ่อแม่ของตนเองเมื่อตอนที่เขาอายุได้เพียง 7 ขวบว่า "ผมขออนุญาตแบก Nguyễn Tất Minh ไปโรงเรียนทุกวันนะครับ" 

นักเรียนเวียดนาม แบกเพื่อนไปเรียนด้วยกว่า 10 ปี

ทีแรกพ่อแม่ของเขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องไร้เดียงสาของเด็กวัยไม่ถึงหลักสิบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 1 ทศวรรษ Ngô Minh Hiếu ก็ได้กลายเป็นขาทั้งสองข้างของ Nguyễn Tất Minh ไปโดยปริยายนับตั้งแต่มีเพื่อนมาคอยแบกหลังตั้งแต่ประถม 2 จนตอนนี้ทั้งคู่จบการศึกษาระดับชั้น ม.6 แล้ว พร้อมคะแนนสอบที่สูงระดับประเทศ ส่วนความฝันเรื่องเรียนต่อของ Ngô Minh Hiếu นั้นคือการเป็นหมอ เพื่อที่จะได้ช่วยรักษา Nguyễn Tất Minh และผู้ด้อยโอกาสคนอื่นๆอีก และแม้ว่าจะต้องแยกจากกันไปศึกษาต่อในทางที่ถนัด แต่ Ngô Minh Hiếu ให้สัญญาว่าจะยังคอยช่วยเหลือ และจะพยายามหาเวลามาอยู่เคียงข้างเพื่อนคนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: vietnamnews ,Trạm Tin/facebook



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook